กปน.ยัน ใช้น้ำประปาหุงต้มได้ ไม่เกิดสารก่อมะเร็ง

กปน.ยืนยัน ใช้น้ำประปาหุงต้มอาหารไม่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง เพราะปริมาณคลอรีนในน้ำ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งสถาบันอาหารยังรับรอง นางศรัณยา สีน้ำเพชร ผู้ช่วยผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะโฆษก กปน. กล่าวว่า หลังจากที่มีการแชร์ข่าวเท็จในโซเชียลมีเดียเรื่องการห้ามนำน้ำประปามาหุงข้าว วนเวียนมาทุกปีโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน โดยระบุว่าหากคลอรีนในน้ำประปาเจอกับสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ แล้วจะกลายเป็นสารไตรฮาโลมีเทน

หรือสารก่อมะเร็งนั้น จะถูกกำจัดไปตั้งแต่กระบวนการตกตะกอนและการกรอง จึงไม่ทำปฏิกิริยากับคลอรีนในน้ำประปาที่สูบจ่ายไปยังประชาชน และไม่ได้ทำให้เกิดสารพิษหรือสารก่อมะเร็งจากการนำไปหุงข้าวแน่นอน คลอรีน เป็นหนึ่งในมาตรฐานการรักษาคุณภาพน้ำที่โรงงานผลิตน้ำประปาทั่วโลกนิยมใช้เพื่อป้องกันเชื้อโรคทั้งในระบบผลิตและสูบจ่ายนั้น ทำให้น้ำประปามีความสะอาด ปราศจากเชื้อโรค ปลอดภัยต่อการบริโภค ซึ่ง กปน. มีการตรวจสอบและดูแลปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปาที่สูบจ่ายไปยังบ้านของผู้ใช้น้ำให้อยู่ในเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในการบริโภคแต่อย่างใด สำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นคลอรีน ก็สามารถรองน้ำประปาใส่ในภาชนะเปิด และทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที กลิ่นคลอรีนจะระเหยหมดไปเอง นอกจากนี้ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมกับ กปน. และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ในการออกแบบงานทดลอง “การหุงข้าวด้วยนํ้าประปา” โดยผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการทดสอบเพื่อ “ตรวจวิเคราะห์สารไตรฮาโลมีเทนในนํ้าประปา ในนํ้าซาวข้าว ในนํ้าหุงข้าว ในข้าวสาร และในข้าวหุงสุก” โดยสถาบันอาหารเป็นผู้ดำเนินการทดลอง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงทางวิชาการที่กล่าวได้ว่า การใช้นํ้าประปาหุงข้าวไม่ทำให้มีปริมาณของสารไตรฮาโลมีเทนรวมเพิ่มสูงขึ้น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth